ภัยร้ายในน้ำธรรมชาติ

 

 

ภัยร้ายในน้ำธรรมชาติ

 

เพื่อนๆทราบไหมครับว่า ในปัจจุบันนี้มีภัยร้ายที่แฝงอยู่ในธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นก็คือ ภัยร้ายในน้ำธรรมชาติ เพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่าน้ำในธรรมชาติเป็นภัยร้ายได้อย่างไร วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับ อย่างแรกเราคงต้องทำความรู้จักกับจุดกำเนิดของ น้ำธรรมชาติ ก่อน น้ำธรรมชาติถูกแบ่งเป็นหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น น้ำในบรรยากาศ (Atmospheric Water) ,
น้ำผิวดิน (Surface Water) และ น้ำใต้ดิน (Ground Water) โดยจุดกำเนิดแรกเริ่มของการเกิดน้ำธรรมชาตินั้นเกิดจาก “น้ำฝน” ที่เกิดจากการควบแน่นของไอน้ำมากมายภายในชั้นบรรยากาศจนกลายเป็นเมฆฝน และตกกลับมาสู่พื้นโลกเป็นน้ำฝนนั่นเอง น้ำฝนที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะซึมหรือไหลลงสู่ใต้ดิน เมื่อมีการสะสมในปริมาณมากก็จะทำให้เกิดเป็นแหล่งน้ำ ธารน้ำ หรือลำคลอง ถ้ามีน้ำซึมลงสู่ใต้ดินและมีการสะสมของน้ำอยู่ตามชั้นหินและชั้นดินก็จะทำให้เกิดน้ำใต้ดิน (Ground Water) ซึ่งเราจะเรียกแหล่งน้ำที่เกิดขึ้นเหล่านี้ว่า แหล่งน้ำตามธรรมชาติ

 

 

ในปัจจุบันนั้น ยังมีการนำน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติมาอุปโภคบริโภค ทั้งในชีวิตประจำวัน ใช้ในการเกษตร ซึ่งเพื่อนๆอาจจะยังสงสัยอยู่ว่า แล้วน้ำธรรมชาติเหล่านี้จะ เป็นภัยร้ายต่อมนุษย์ได้อย่างไร? แน่นอนครับว่าน้ำตามธรรมชาติที่กล่าวมาข้างต้นนั้นไม่ใช่น้ำธรรมดา เนื่องจากในธรรมชาติที่เราพบเห็นอยู่ทั่วไปนั้นมี การปนเปื้อนของโลหะ หนักมากมาย หนึ่งในโลหะหนักที่ปนเปื้อนตามธรรมชาติและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์นั่นก็คือ Arsenic (As) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ สารหนู  โดยการปนเปื้อนของสารหนูในธรรมชาติ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น จากปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ เช่น การปะทุของภูเขาไฟ การเกิดไฟป่า การสึกกร่อนของหิน และสาเหตุสำคัญอีกหนึ่งสาเหตุนั้นก็คือ การกระทำของมนุษย์ เช่น การระบายของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม นั้นเอง 

การรับสารหนูเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดอะไรขึ้น? สำหรับมนุษย์ที่มีการรับสารหนูเข้าสู่ร่างกายหรือสะสมอยู่ภายในร่างกายเป็นปริมาณมาก สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ทั้งแบบระยะยาว และ เฉียบพลัน โดยผลกระทบในระยะยาวจะทำให้เกิดแผลตามบริเวณผิวหนัง เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนผลกระทบเฉียบพลันนั้นสามารถแสดงออกกมาได้หลากหลายอาการ เช่น เจ็บคอ ระคายเคืองที่ปอด ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต

แล้วเราจะรู้ว่าน้ำตามธรรมชาติที่เราพบเจออยู่นั้นมีการปนเปื้อนของ สารหนูหรือไม่?

 

 

ในปัจจุบันได้มีการนำน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาตรวจสอบเพื่อหาปริมาณของสารหนูหรือ Arsenic (As) ที่อาจส่งผลต่อร่างกายมนุษย์ โดยเครื่องมือที่ให้ความถูกต้องและความแม่นยำสูง

สำหรับเทคนิคในการวิเคราะห์หาโลหะปนเปื้อน Arsenic ในแหล่งน้ำธรรมชาติมีหลากหลายเทคนิคไม่ว่าจะเป็น inductively coupled plasma optical emission spectroscopy (ICP-OES) ,inductively coupled plasma mass spectrometry (ICP-MS) และอีกหนึ่งทคนิคคือที่มีความน่าสนใจคือ
เทคนิค Atomic Absorption Spectroscopy (AAs) ซึ่งเป็นเทคนิคการวิเคราะห์ที่ง่ายไม่ยุ่งยากและประหยัดเวลาเพียงแค่นำตัวอย่างที่เตรียมไว้เข้าเครื่อง AAs ก็สามารถหาปริมาณของ Arsenic ปนเปื้อนในแต่ละตัวอย่างภายในระยะเพียงไม่นาน!!

ภาพแสดงเครื่อง Flame AAs ยี่ห้อ Thermo Scientific รุ่น iCE3300

เพื่อนๆ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ด้านล่างครับ

รายละเอียดของเครื่อง AAs laughing

Chayabodee Sae-Jea