การตรวจติดตามสารพิษตกค้างในสินค้าปศุสัตว์

วิธีการสกัดและการวิเคราะห์

การเลี้ยงสัตว์ให้มีอัตราการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดีนั้น สัตว์จะต้องได้รับอาหารที่มีโภชนะ เหมาะสมสำหรับสัตว์แต่ละชนิด และแต่ละช่วงอายุ ไม่มีสิ่งปนเปื้อน หรือสารพิษ ที่ยับยั้งการเจริญเติบโตหรือเป็นอันตรายต่อสัตว์ เช่น โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง ฯลฯ ซึ่งการตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์ จะบอกให้ทราบว่าอาหารสัตว์ หรือวัตถุดิบที่ใช้ การยกระดับสินค้าปศุสัตว์ ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ทั้งที่จำหน่ายในประเทศและส่งออก ต้องให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน โดยผู้ซื้อจะสามารถตรวจสอบที่มาสินค้าปศุสัตว์ตั้งแต่ฟาร์มขุน โรงงานแปรรูป กระทั่งแหล่งจำหน่าย เขียงร้านค้าชำแหละ แหล่งวางสินค้า มีความสะอาดถูกสุขอนามัย ทั้งนี้ระบบการตรวจสอบจะใช้มาตรฐานแนวทางเดียวกับที่องค์การระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก หรือ WHO, OIE, FAO, CODEX เพื่อให้สินค้าปศุสัตว์มีความปลอดภัย ซึ่งในการตรวจสอบจะเริ่มติดตามตรวจสอบตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยง โรงฆ่าและชำแหละแปรรูป และสถานที่จำหน่าย จะต้องให้ความมั่นใจว่าเนื้อสัตว์ปีก เนื้อหมู เนื้อวัวปลอดจาก สารเร่งเนื้อแดง ยาปฏิชีวนะ

การตกค้างของยารักษาสัตว์ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาการใช้ยาปฏิชีวนะมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท พบชื้อดื้อยามากขึ้น และพบการดื้อยาหลายขนาน การใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินาความจำเป็นยังผลให้เกิดปัญหามากมายตามมา การรักษาโรคในสัตว์อย่างไม่ถูกตามหลักวิชาการ และใช้อยู่ตลอดวงจรการเลี้ยง ย่อมเกิดปัญหายาปฏิชีวนะตกค้างในสัตว์ เมื่อผู้บริโภคเช่นมนุษย์ได้รับประทานเนื้อสัตว์ก็จะรับยาไปด้วยโดยรู้ไม่รู้ตัว

สารต้องห้ามในวงจรการเลี้ยง เช่นสารเร่งเนื้อแดง ถูกแอบลักลอบนำมาใช้กันมาก โดยใส่ในอาหารเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้คุณภาพเนื้อสัตว์ตรงต่อความต้องการบริโภคมากขึ้น การรับประทานเนื้อสัตว์ที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารปนเปื้อนสารต้องห้ามนี้จะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมา

สารพิษที่เกิดจากกระบวนการเก็บรักษา เช่นสารพิษจากเชื้อราในอาหารสัตว์ หรือไมโคท็อกซิน (Mycotoxin) เป็นสารที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติ สารเหล่านี้จะไปขัดขวางกระบวนการเจริญเติบโตของสัตว์ และจนเป็นพิษต่อสัตว์ที่เลี้ยง